fbpx

แผ่นพื้นท้องเรียบ

ลักษณะทั่วไป

แผ่นพื้นสำเร็จรูป DCON เป็นแผ่นคอนกรีตอัดแรงท้องเรียบ รูปหน้าตัดเหมือนแผ่นกระดาน กว้าง 35 ซม. หนา 5 ซม. เมื่อใช้งานนำมาวางเรียงชิดติดกัน แล้วเทคอนกรีตทับหน้าโดยตัวแผ่นพื้น DCON นอกจากจะทำหน้าที่เป็นแบบหล่อแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างช่วยรับน้ำหนักรวมเป็นเนื้อเดียวกับคอนกรีตทับหน้าอีกด้วย

การใช้งาน

แผ่นพื้นสำเร็จรูป DCON เหมาะกับงานก่อสร้างอาคาร ทั้งอาคารเรียน คอนโดมีเนียม สำนักงาน โรงเรียน ทาวน์เฮาส์และบ้านพักอาศัยทั่วไป ทำให้ก่อสร้างได้อย่างรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้งมั่นคงแข็งแรงสวยงาม ออกแบบให้ใช้กับช่วงพาดยาวสูงสุดถึง 5 ม. การวัดขนาดความยาวแผ่นพื้นที่ต้องการใช้ ให้ใช้ระยะขอบในคานถึงขอบในคานรวมกับระยะที่วางทับอยู่บนคานอีกข้างละประมาณ 7.5 ซม. หรือใช้ระยะกึ่งกลางคานถึงกึ่งกลางคานหักออก 3 ซม. ก็ได้

ข้อดีของพื้นสำเร็จรูปดีคอน

  1. มั่นคงแข็งแรง
    เนื่องจากเป็นแผ่นคอนกรีตอัดแรงวางชิดกันตลอดโดยไม่มีชิ้นส่วนอื่นประกอบ (SINGLE ELEMENT)
  2. ... อ่านเพิ่ม

คำถามที่พบบ่อย​

แผ่นพื้นท้องเรียบ DCON มี มอก. 2 แบบ คือ

มอก. 576 – 2546
มอก. 828 – 2546

1. มอก. 576 – 2546 นำพื้นไปปูโดยไม่ต้องมี TOPPING สามารถรับน้ำหนักได้ตามที่ มอก.กำหนด
2. มอก. 828 – 2546 นำพื้นไปปู แล้วต้องมี TOPPING จึงจะสามารถรับน้ำหนักได้ตามที่ผู้ผลิตคำนวณ

ใช้เพื่อเชื่อมติดกันระหว่างแผ่นพื้นแผ่นต่อแผ่น  ในขณะทำการติดตั้งเพื่อปรับระดับท้องพื้นให้เรียบ เสมอกัน ช่วยในด้านความสวยงาม

ไม่มีได้ เพราะ SHEAR KEY เป็นเพียงตัวช่วยในการปรับระดับท้องพื้นเท่านั้น แต่ไม่มีส่วนในการรับน้ำหนักของพื้น

ต้องใช้คน 2 คน โดยมีวิธีการทำงานดังนี้

1.คนแรกปฎิบัติงานอยู่ด้านบน งัดแผ่นพื้นให้เสมอกัน แล้วทำการเชื่อมด้วย เครื่องเชื่อมไฟฟ้า ทำค้ำยันก่อนดันระดับ

2.คนที่สองปฎิบัติงานอยู่ด้านล่างคอยดูระดับของท้องพื้นให้เสมอกันแล้วส่งสัญญานให้คนแรก เพื่อทำการเชื่อม (ต้องทำค้ำยันก่อนปรับระดับ)

CLEAR SPAN คือระยะช่วงพาดจากขอบในคานถึงขอบในคาน คิดคำนวณได้โดยใช้ ระยะระหว่างจุดศูนย์กลางคาน ถึงจุดศูนย์กลางคาน หักความกว้างคานออก

ควรวางบนคานข้างละ 7.5 เซนติเมตรและต้องไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร

ผิวคานที่จะใช้วางแผ่นพื้นต้องเรียบเสมอกัน เมื่อวางแผ่นพื้นแล้วจะได้ไม่กระดก ซึ่งอาจจะทำให้พื้นแตกร้าวได้เพราะน้ำหนักที่กระทำเป็นจุด (POINT LOAD) หากคานขรุขระ ไม่เรียบ

ใช้ไม้แบบตีเสริมปิดช่องว่าง ยกระดับไม้แบบให้สูงกว่าท้องพื้นอย่างน้อย 1 ซม. เพื่อความสวยงาม ในการแต่ง ปูนเซาะร่องภายหลังการเทคอนกรีตทับหน้า

ใช้น้ำฉีดแผ่นพื้นเพื่อหารอยร้าว ดูการแอ่นตัว และทำความสะอาดแผ่นพื้น 

ค้ำยันชั่วคราวมีหน้าที่ประคองตัวแผ่นให้อยู่ในแนวระดับที่เหมาะสม ช่วยป้องกันปัญหาแผ่นแตกร้าว  ระหว่างการก่อสร้างที่พื้นยังรับน้ำหนักได้ไม่มากนัก ก่อนที่จะเทคอนกรีตทับหน้า และเมื่อคอนกรีต  ทับหน้าได้อายุแล้ว ก็สามารถถอดค้ำยันชั่วคราวได้

ต้องตีไม้หน้าสาม (3นิ้ว) หรือใช้ค้ำยันเหล็กค้ำบริเวณกึ่งกลางแผ่นดันให้ผิวล่างแผ่นพื้นสูงกว่าระดับคาน 3- 5 มม. เพื่อป้องกันการตกท้องช้าง

เมื่อคอนกรีตทับหน้าได้ STRENGTH ไม่ต่ำกว่า 85 % ของ 210 ksc โดยปกติ 7 วัน

ต้องยิงปั้มปูนไปลงตรงจุดที่ใกล้คานให้มากที่สุด แล้วให้รีบเกลี่ยปูนกระจายออกไปให้ทั่ว เพื่อป้องกันการเกิด POINT LOAD ที่จะทำให้เกิดการแตกร้าวของแผ่นพื้น

ตัดที่ระยะของความกว้าง 1 ใน 3 ของความกว้างแผ่นพื้น (ไม่ควรเกินครึ่งแผ่น)

ใช้ไฟเบอร์ตัดเหล็ก ไม่ควรใช้ค้อนทุบเพราะจะทำให้แผ่นแตกร้าวได้

ยาปูนที่แนวรอยต่อแล้วชักร่องโดยปูนทรายละเอียด

ใช้ 2 คน แบก หัวและ 2 คนหามท้ายโดยใช้เหล็กคล้องหูยก ผูกเชือกใช้ไม้สอดเชือกหาม

จะรับน้ำหนักได้มากขึ้น (แต่คอนกรีตทับหน้าต้องหนา อยู่ในระดับที่แผ่นพื้นสามารถรับน้ำหนักได้

1.การใส่ลวดมากขึ้นทำให้เกิดแรงเค้น – โก่ง

2.แรงเค้น / แรงอัด ทำให้แรงดึงลวดลดลง

3.ลวดมาก จะไม่มีสัญญาณเตือนภัยเพราะแรงดึงสูง จะทำให้เกิดระเบิดจากแรง อัดปูน + เหล็กจะหักพร้อมกัน ถล่มทันที

4.ลวดน้อย ลวดจะยืดออกและเกิดรอยร้าวที่ตัวคอนกรีตเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้า . ลวดน้อย ลวดจะยืดออกและเกิดรอยร้าวที่ตัวคอนกรีตเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้า

ทำได้ใช้วัสดุเบา , ไม้หรือยิปซัมซัมบอร์ด ก่อบนคานหรือใกล้คานมากที่สุด และก่อตามแนวขวางของแผ่นพื้น

ใช้ได้และมีข้อแนะนำดังนี้

1. ต้องปรับหน้าคานให้เอียงเล็กน้อย

2. การเทคอนกรีตทับหน้า ต้องเทสโลป (ความลาดเอียงเพื่อกันน้ำขัง)                        

3. ผูกเหล็กเสริม ( temperature steel) 6 มม. ตะแกรง 25 ซม. ป้องกันการ  แตกร้าว

4. ผูกเหล็กเสริมป้องกัน  NEGATIVE MOMENT + แรงดีดกลับตัว เสริม เหล็กตามความยาวของแผ่นพื้น

5. ใส่น้ำยากันซึม